วิวัฒนาการของเศรษฐศาสตร์การพัฒนา

วิชาเศรษฐศาสตร์การพัฒนาสมัยใหม่ เกิดขึ้นใน ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 โดยสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้นำประเทศโลกเสรี มีบทบาทสำคัญในการวางแผนพัฒนาให้แก่ประเทศด้อยพัฒนาต่างๆ ให้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น จะขอยกตัวอย่างคำกล่าวปราศรัยของประธานาธิบดีทรูแมน (Harry S. Truman) เมื่อเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1949 ต่อหน้ารัฐสภาอเมริกันในเรื่องนี้สรุปว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในโลกยังคงด้อยพัฒนา จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา เพื่อให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพ โดยที่ทรูแมนได้เน้นแผนการที่สหรัฐอเมริกาจะต้องมีส่วนสำคัญในการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประชาชนที่ยากจนในประเทศเหล่านั้น ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมและยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนเหล่านั้นให้สูงขึ้น

แนวคิดในการพัฒนาในระยะเวลาที่ 1

หรือในช่วงทศวรรษ 1950 – 1960

แนวคิดหลักในช่วงเวลานี้เน้นไปที่บทบาทของรัฐโดยมีความเชื่อว่ารัฐบาลจะเป็นแกนหลักในการนำพาระบบเศรษฐกิจให้เกิดการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทฤษฎีการพัฒนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีทรรศนะที่เห็นว่าการพัฒนาเป็นวงจรแห่งความดี การทำประเทศให้ทันสมัยก็จะนำมาซึ่งความทันสมัยต่อมาอีกเป็นวัฏจักร ในขณะที่ประเทศที่ยังคงด้อยพัฒนาอยู่เพราะไม่สามารถทำให้วงจรนี้หมุนต่อไปได้ และก็จะติดอยู่ในกับดักของความไม่พัฒนา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อให้กับดักนี้ถูกทำลายไป แนวคิดทางด้านนโยบายต่างๆ ที่จะทำลายกับดักนี้ก็อาจแตกต่างกันออกไปดังเช่น โรเซนสไตน์-โรแดน (Rosenstein-Rodan) และท่านอื่นๆ อาทิ เนร์กเซ (Nurkse) เห็นว่าควรใช้นโยบายการพัฒนาในทุกๆ ด้านมีการลงทุนในแผนงานและโครงการต่างๆ อย่างกว้างขวางและครอบคลุม ในขณะที่เฮริกชแมน (Hirschman) ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยเห็นว่าควรใช้นโยบายส่งเสริมเฉพาะโครงการหลักๆ เพียงไม่กี่โครงการซึ่งเป็นโครงการที่มีความเชื่อมโยงกับโครงการและแผนงานต่างๆ อย่างมาก แล้วจึงค่อยพัฒนาไปยังโครงการหรือกิจกรรมอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอันอาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการต่างๆ เหล่านี้ต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์พัฒนาในช่วงเวลานี้เกือบทั้งหมดก็เห็นว่าการเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจของรัฐเป็นสิ่งจำเป็นในการทำให้กับดักของความไม่พัฒนาถูกทำลายไป รัฐบาลต้องเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการจัดหาเงินทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาต่างๆ โดยตรง หรือให้การช่วยเหลือทางการเงินและอื่นๆ ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการเข้าไปลงทุนโดยตรงในกิจกรรมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศ การสะสมทุนที่เป็นทุนทางกายภาพ นับเป็นเงื่อนไขเดียวที่จำเป็นและเพียงพอ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ


Rosenstein-Rodan   

แนวคิดในการพัฒนาในระยะเวลาที่ 2

หรือ ช่วงเวลาในทศวรรษ 1970 – 1980

ได้เน้นบทบาทของกลไลตลาด เป็นช่วงเวลาที่มีปฏิกิริยาต่อต้านกับนโยบายการเข้าแทรกแซงหรือการมีบทบาทหลักในระบบเศรษฐกิจของรัฐบรรดานักเศรษฐศาสตร์จำนวนมาก มีความวิตกกังวลในเรื่องนี้
ที่สำคัญก็คือในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับปัญหาวิกฤตในระบบเศรษฐกิจมหภาคของโลกเริ่มจากการมีวิกฤตการณ์พลังงานครั้งแรกและทำให้เกิดเศรษฐกิจโลกตกต่ำในเวลาต่อมา การเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่สองทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก อันมีผลกระทบไปสู่การเกิดวิกฤตปัญหาหนี้สินของประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกา และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ตกต่ำลงอย่างหนักต่อมาในช่วงเวลากลางทศวรรษ 1980 นอกจากนี้การล่มสลายของระบบการเงินระหว่างประเทศหรือที่เรียกว่าระบบเบรตตันวูดส์ (Bretton Woods Regime) ส่งผลกระทบให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายต้องเปลี่ยนแปลงปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของตนครั้งใหญ่ การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจนี้ รวมถึงการยกเลิกนโยบายและมาตรการที่เป็นการบิดเบือนระบบตลาดต่างๆ ด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าของเงินที่สูงเกินความเป็นจริง การยกเลิกวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างเรื้อรัง ทศวรรษ 1980 นี้จึงกลายเป็นทศวรรษแห่งการปรับโครงสร้างต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจทั้งในส่วนของเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค และที่สำคัญ เหตุการณ์ต่างๆ นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาหรือยุคที่มีอุดมการณ์หรือแนวคิดเศรษฐกิจเสรีตามกลไกตลาด หรือการเปิดตลาดเสรี ในทศวรรษ 1980 นี้ ผู้นำของประเทศมหาอำนาจที่เป็นผู้สร้างอิทธิพลในแนวคิดนี้ ก็คือ นายโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) แห่งสหรัฐอเมริกนางมาการ์เรต แทตเชอร์ (Margaret Thatcher) แห่งอังกฤษ และนายเฮลมุต โคห์ล (Helmut Kohl) แห่งเยอรมนี บรรยากาศในช่วงนี้ก่อให้เกิดฉันทามติร่วมกันของแนวคิดเสรีนิยมใหม่ หรือฉันทานุมัติแห่งวอชิงตัน (Washington Concensus) ที่ให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายที่จะต้องส่งเสริมนโยบายการค้าและการเงินที่เสรี ลดบทบาทของรัฐในระบบเศรษฐกิจลง แนวคิดหลักของฉันทามตินี้เห็นว่าการเปิดเสรีจะนำไปสู่การเกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้

Ronald Reagan Margaret Thatcher Helmut Kohl

แนวคิดในการพัฒนาในระยะเวลาที่ 3

หรือ ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา

ในช่วงเวลานี้ได้เกิดปฏิกิริยาที่ต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมใหม่ โดยแย้งว่าการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มิใช่การมองเพียงการใช้กลไกตลาดเป็นตัวจัดสรรทรัพยากรหรือกำหนดราคาสินค้าและบริการต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจ โดยรัฐลดบทบาทในระบบเศรษฐกิจลงเท่านั้น แต่ยังจะต้องมองถึงเรื่องสถาบัน อันหมายถึง กฏ กติกา วัฒนธรรม คุณค่าต่างๆ ในสังคม ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตหรือการพัฒนาด้วย

นอกจากนี้ยังเห็นว่าในโลกปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวนมาก ความสำเร็จของประเทศหนึ่งๆ ในการที่จะรักษาอัตราความเจริญเติบโตไว้ได้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ประเทศนั้นๆ จะสามารถปรับตัวเข้ากับความผันผวนนั้นๆ ได้มากน้อยเพียงใด บทบาทของรัฐจึงจำเป็นในการสร้างเสถียรภาพในเศรษฐกิจมหภาค ความช่วยเหลือของรัฐต่อสถาบันเศรษฐกิจต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดความเจริญเติบโต การบริหารจัดการความผันผวนทางเศรษฐกิจจากภายนอก การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในต่างๆ เหล่านี้นับเป็นแผนหลักของความสำเร็จในช่วงนี้ ซึ่งเป็นตัวชี้ให้เห็นบทบาทของรัฐในเชิงสถาบันอันสำคัญยิ่งในกระบวนการสร้างความเจริญเติบโตในระบบเศรษฐกิจ

เส้นทางการพัฒนาในช่วงระยะเวลานี้มิใช่เส้นทางที่มีแนวคิดหรือแนวทางเดินเพียงเส้นทางเดียวตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่สร้างขึ้นจากนักคิดในประเทศทางตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อทฤษฎีที่เกี่ยวกับการพัฒนาเป็นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ความเชื่อเกี่ยวกับแนวคิดในการพัฒนาในช่วงเวลาที่ 3 นี้จึงมีทางเลือกที่หลากหลาย มีการเพิ่มบทบาทของสถาบันหรือกฎ กติกาต่างๆ ในสังคมที่มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจชุมชนที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆ ของโลก เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาได้มากมาย แนวคิดนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากแนวคิดในช่วงระยะเวลาที่ 2 ของสำนักเสรีนิยมใหม่ที่เน้นบทบาทของกลไกตลาดเป็นกลไกในการจัดสรรทรัพยากรจะสร้างความเจริญเติบโตให้กับระบบเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

ขอบคุณ แหล่งที่มาของข้อมูล http://www.stou.ac.th/Study/Services/Sec/60335/01-01.html

เกี่ยวกับ nidnhoi
BKK,Thailand.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: