accumulation by dispossession และ primitive accumulation

Primitive Accumulation Socialism marx /David Harvey.

 

David Harvey expands the concept of “primitive accumulation” to create a new concept, “accumulation by dispossession”, in his 2003 book, “The New Imperialism”. Like Mandel, Harvey claims that the word “primitive” leads to a misunderstanding in the history of capitalism; that the original, “primitive” phase of capitalism is somehow a transitory phase that need not be repeated once commenced. Instead, Harvey maintains that primitive accumulation (“accumulation by dispossession”) is a continuing process within the process of capital accumulation on a world scale. Because the central Marxian notion of crisis via “over-accumulation” is assumed to be a constant factor in the process of capital accumulation, the process of “accumulation by dispossession” acts as a possible safety valve that may temporarily ease the crisis. This is achieved by simply lowering the prices of consumer commodities (thus pushing up the propensity for general consumption), which in turn is made possible by the considerable reduction in the price of production inputs. Should the magnitude of the reduction in the price of inputs outweigh the reduction in the price of consumer goods, it can be said that the rate of profit will, for the time being, increase. Thus:

“Access to cheaper inputs is, therefore, just as important as access to widening markets in keeping profitable opportunities open. The implication is that non-capitalist territories should be forced open not only to trade (which could be helpful) but also to permit capital to invest in profitable ventures using cheaper labour power, raw materials, low-cost land, and the like. The general thrust of any capitalist logic of power is not that territories should be held back from capitalist development, but that they should be continuously opened up.” (Harvey, The New Imperialism, p.139).

Harvey’s theoretical extension encompasses more recent economic dimensions such as intellectual property rights, privatization, and environmental predation and exploitation.

Privatization of public services puts enormous profit into capitalists’ hands. If belonged to the public sector, that profit wouldn’t have existed. In that sense, the profit is created by dispossession of people. Destructive industrial use of the environment is similar because the environment is supposed to belong to the public.

Multinational pharmaceutical companies collect information about how herb or other natural medicine is used among natives in less-developed country, do some R&D to find the material that make those natural medicines effective, and patent the findings. By doing so, multinational pharmaceutical companies can now sell the medicine to the natives who are the original source of the knowledge that made production of medicine possible. That is, dispossession of intellectual property right.

David Harvey also argues that accumulation by dispossession is a temporal or partial solution to over-accumulation. Because accumulation by dispossession makes raw materials cheaper, the profit rate can at least temporarily go up.

Harvey’s interpretation has been criticized by Brass (2011), who disputes the view that what is described as present-day primitive accumulation, or accumulation by dispossession, entails proletarianization. Because the latter is equated by Harvey with the separation of the direct producer (mostly smallholders) from the means of production (land), Harvey assumes this results in the formation of a workforce that is free. By contrast, Brass points out that in many instances the process of depeasantization leads to workers who are unfree, because they are unable personally to commodify or recommodify their labour-power, by selling it to the highest bidder.

http://en.wikipedia.org/wiki/Primitive_accumulation

 

Devid Harvey มอง จักรวรรดินิยมใหม่ The New Imperialism ว่าอย่างไร ?

 Harvey : ได้อธิบายขยายความของ “ การสะสมทุนเบื้องต้น( primative accumulation )เพื่อสร้างแนวคิดใหม่ว่า “การสะสมทุนโดยการช่วงชิง” (accumulation by dispossession)ซึ่งถูกเขียนในหนังสือของเขา เมื่อปี 2003 ว่าเป็น “พวกจักรวรรดินิยมใหม่” (The New Imperialism) เช่นเดียวกันกับแมนเดลว่าไว้ ฮาร์วี่กล่าวอ้างว่าคำว่า “primitive”นำไปสู่ความเข้าใจผิดในประวัติศาสตร์ของระบบทุนนิยม เริ่มต้นเดิมที “primitive ” เป็นขั้นตอนของระบบทุนนิยม คือเป็นขั้นตอนชั่วคราวซึ่งไม่จำเป็นต้องทำซ้ำใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ฮาร์วี่ก็ยังคงยืนยันว่าการสะสมทุนเบื้องต้น primitive accumulation (สะสมโดยการแย่งชิงมาจากประเทศอื่น) ก็คือกระบวนการต่อเนื่องซึ่งอยู่ภายในกระบวนการสะสมทุนในระดับโลกนั่นเอง เพราะว่าการถ้ามองตามหลักแนวคิดมาร์กซิส วิกฤติเกิดขึ้นโดยทาง “การสะสมให้มากเกินไป” (over-accumulation) ซึ่งถูกสมมติว่าเป็นปัจจัยคงที่ในกระบวนการสะสมทุน การสะสมให้มากเกินไปนี้เป็นขั้นตอน”สะสมโดยการช่วงชิงมา” กระทำดั่งว่าเป็นวาล์วเปิดปิดที่ปลอดภัยซึ่งจะช่วยบรรเทาวิกฤติชั่วคราวได้(เป็นทุนสำรอง) ซึ่งถูกทำให้ลุล่วง ได้โดยเพียงแค่ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค(ดังนั้นจึงเป็นการผลักดันการบริโภคทั่วๆไปให้มีมากขึ้น) ในทางกลับกันก็อาจทำได้โดยการกดราคาของปัจจัยในการผลิตให้ต่ำ . หากให้ความสำคัญแก่ราคาของปัจจัยการผลิตที่ต่ำของสินค้าอุปโภคบริโภค มันจะเป็นอัตราผลกำไรที่เพิ่มขึ้นที่ได้ในช่วงนั้น. ดังนั้น
“ การเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่ราคาต่ำจึงสำคัญเท่าๆกับ การขยายตลาด เพื่อสร้างโอกาสของการทำกำไร ความหมายโดยนัยคือ พื้นที่ที่ยังมิใช่ทุนก็ควรจะถูกบังคับให้เปิดเป็นทุน ไม่เฉพาะเพื่อการค้าเท่านั้น(ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้) แต่รวมทั้งต้องยินยอมให้ทุนเข้าสู่การลงทุนในกิจการที่สร้างำไรได้ด้วยการใช้แรงงานราคาถูก วัตถุดิบต่างๆ ทีดินถูกๆและ อื่นๆ แรงขับของตรรกะความคิดของนายทุนทั่วไปใดๆเกี่ยวกับอำนาจ จึงมิใช่กรอบความคิดที่ควรถนอมรักษาไว้จากการพัฒนาการของนายทุน แต่ตรรกะของทุนนิยมเหล่านี้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่อง(ฮาร์วี่ ,จักรวรรดินิยมใหม่ หน้า139)”
การขยายทฤษฎีของฮาร์วี่ ได้พูดครอบคลุมถึงมิติอื่นๆของเศรษฐกิจสมัยนี้ด้วย เช่น เรื่องลิขสิทธิ์ของทรัพย์สินทางปัญญา การแปรรูปหน่วยงานรัฐสู่การเป็นเอกชน,และการขูดรีดปล้นสะดมทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การแปรรูปหน่วยงานบริการสาธารณะ ของรัฐไปเป็นของเอกชนเป็นการสร้างเงินกำไรให้ตกสู่มือเอกชน (อย่างไร้ศีลธรรม) ด้วยความที่บริการสาธารณะเป็นบริการเพื่อสังคมจึงมิค่อยมีกำไรอยู่แล้ว ดังนั้นเอกชนที่จะครอบครองบิหารจัดการงานของรัฐนี้ก็จะทำการแย่งชิงขูดรีดจากประชาชนอีกที การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้เป็นเครื่องมือของอุตสหการเช่นเดียวกัน เพราะว่าสิ่งแวดล้อมถูกสมมติว่าให้ป็นของสาธารณะด้วยนั่นเอง(ก็เลยถูกแปรรูปด้วย)
บริษัทยาข้ามชาติได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ การรักษา จากสมุนไพรซึ่งมีอยู่เองในธรรมชาติในพื้นที่ของประเทศด้อยพัฒนา แล้วได้มีการพัฒนา ทดลองผลิตยาจากสมุนไพรเหล่านี้จนเป็นยาได้สำเร็จและจดสิทธิบัตรว่าเป็นผู้คนพบ(คนอื่นจะทำซ้ำไม่ได้อีกแล้ว) แล้ว บริษัทยาข้ามชาติก็นำยาที่ผลิตได้นี้นำกลับไปขายแก่คนพื้นเมืองผู้ซึ่งมีภูมิปัญญาในการใช้สมุนไพรนี้อยู่แต่เดิมและก็อยู่ในพื้นที่แหล่งกำเนิดของพืชสมุนไพรนี้ การทำเช่นนี้ คือ การแย่งชิงทรัพย์สินทางปัญญานั่นเอง
Harvey : ยังโต้แย้งอีกว่า การสะสมโดยการแย่งชิง (accumulation by dispossession)ก็คือการแค่แก้ปัญหาชั่วคราวคือการแบ่งเบาปัญหาเท่านั้น เพื่อนำไปสู่ “ การสะสมให้มากล้น” (over-accumulation) เหตุเพราะว่า การสะสมโดยการแย่งชิง นี้ทำให้ราคาของวัตถุดิบต่ำลง อัตรากำไรจึงสามารถจะเพิ่มสูงขึ้นได้ชั่วคราวเท่านั้น
การอธิบายของฮาร์วี่ได้ถูกวิจารย์โดย Bass (2011) ผู้ที่โต้แย้งในมุมของ “การสะสมทุนเบื้องต้นในปัจจุบัน” หรือ “ การสะสมทุนโดยการแย่งชิงมา”จำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยน เพราะว่าข้อความที่ถูกทำให้ดูเท่ากันหรือเหมือนกันของฮาร์วี ที่ว่า การแบ่งแยกผู้ผลิตโดยตรง(โดยมากเป็นเจ้าของที่ดินเล็กๆ)จากความสำคัญจของการผลิต(ที่ดิน) ฮาร์วี่ได้สมติว่าแบบนี้เป็นอยู่ในรูปแบบของกำลังการทำงานอย่างหนึ่งด้วย ซึ่งไร้ราคา(free) ด้วยข้อขัดแย้งนี้ Bass ได้ชี้ให้เห็นว่า ในหลายๆตัวอย่างของกระบวนการการเปลี่ยนให้ชาวไร่ชาวนาการไปเป็นกรรมกรแรงงาน ซึ่งจะมีค่าตัว(non free)เกิดขึ้น เพราะพวกเขา(กรรมกร)ไม่สามารถที่จะทำการยื่นเสนอค่าตัว(ค่าแรง)ของเขาให้ได้ค่าที่สูงที่สุดแก่ผู้ประมูล ได้ด้วยตัวเอง
สรุป รูปแบบการสะสมทุนของฮาร์วี่
• ลักษณะของการสะสมทุนแบบนี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระดับโลก (Continuing process within the process of capital accumulation on the World Scale ) มากกว่าจะเป็น primitive ที่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ณ จุดเริ่มต้น และ จะไม่เกิดซ้ำขึ้นอีก
• รูปแบบการสะสมทุน คือ (1) การขยายขอบเขต ขยายผลโอกาส ขยายผลกำไร (profitable opportunity open) โดย
(1) Access to cheaper input (labor power, raw material, low cost land)
(2) Access to widen market  โดยผ่านเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้สามารถสะสมไปทั่วโลกได้มากขึ้น เช่น การกระทำผ่าน  Washington Consensus อันเป็นเงื่อนไขจากการขอรับความช่วยเหลือจาก WB IMF หรือ การเข้าเป็นสมาชิก WTO
• ตัวอย่างการกระทำที่นำมาซึ่งการสะสมทุนแบบนี้ ได้แก่ เรื่อง สิทธิบัตรทางปัญญา (IPR) การแปรรูปเป็นเอกชน การเอาประโยชน์และขูดรีดจากสิ่งแวดล้อม
• การเข้าสู่เสรีนิยมใหม่ (Neo Liberal) ในปท. ตะวันตก โดยการเปลี่ยนแปลงใน 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่
(1) privatizations
(2) financialization management
(3) manipulation of crises, and state redistributions เป็นเครื่องมือ / กลไกสำคัญให้เกิด accumulation by dispossession
• การprivatize กิจการรัฐ ให้เป็นเอกชน à เอกชน (โดยคน/ทุนบางกลุ่ม ) สามารถหยิบฉวยโอกาสนี้ ทำกำไรให้กับตนเอง/กลุ่มได้
• IPR: บริษัทยาข้ามชาติ à รวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิจัยและพัฒนาความรู้ด้านเภสัชกรรม à จดสิทธิบัตรทางปัญญา à นำยากลับไปขายให้คนท้องถิ่น/ ปท. ทีเป้นเจ้าของภูมิปัญญาอันนั้น ในราคาแพง
*****************************************************************************************
Primitive accumulation by Marx :การสะสมทุนเบื้องต้นในความหมายของมาร์กซ์

According to Marx, the whole purpose of primitive accumulation is to privatize the means of production, so that the exploiting owners can make money from the surplus labour of those who, lacking other means, must work for them.

Marx says that primitive accumulation means the expropriation of the direct producers, and more specifically “the dissolution of private property based on the labor of its owner… Self-earned private property, that is based, so to say, on the fusing together of the isolated, independent laboring-individual with the conditions of his labor, is supplanted by capitalistic private property, which rests onexploitation of the nominally free labor of others, i.e., on wage-labor.” (chapter 32, emphasis added).

“Orthodox” Marxists see primitive accumulation as something that happened in the late Middle Ages and finished long ago, when capitalist industry started. They see primitive accumulation as a process happening in the transition from the feudal “stage” to the capitalist “stage”.

However, this can be seen as a misrepresentation of both Marx’s ideas and historical reality, since feudal-type economies existed in various parts of the world well into the 20th century.

Marx’s story of primitive accumulation is best seen as a special case of the general principle of capitalist market expansion. In part, trade grows incrementally, but usually the establishment of capitalist relations of production involves force and violence; transforming property relations means that assets previously owned by some people are no longer owned by them, but by other people, and making people part with their assets in this way involves coercion.

In his preface to Das Kapital Vol. 1, Marx writes “The country that is more developed industrially only shows, to the less developed, the image of its own future”. The less developed countries also face a process of primitive accumulation, it is an ongoing process of expropriationProletarianization and Urbanization.

Because it is a fundamental tool of capitalist initiation and restoration, and because the rate of profit always begins to fall, sooner or later, primitive accumulation hits us all. Marx comments that “if, however, the German reader shrugs his shoulders at the condition of the English industrial and agricultural labourers, or in optimist fashion comforts himself with the thought that in Germany things are not nearly so bad, I must plainly tell him, “De te fabula narratur ! (the tale is told of you!)”.

Marx was referring here to the expansion of the capitalist mode of production (not the expansion of world trade), through expropriation processes. He continues, “Intrinsically, it is not a question of the higher or lower degree of development of the social antagonism that results from the natural laws of capitalist production. It is a question of these laws themselves, of these tendencies working with iron necessity towards inevitable results.”

The way that the process by which foreign economic communities are subordinated to the laws of motion of capital is “primitive accumulation”: the plunder or Privatization of the commons and theProletarianization of the working population.

 

ลักษณะการสะสมทุนเบื้องต้นในระยะแรกในทัศนะของมาร์กซ์

รูปแบบการสะสมทุนแบบนี้

การสะสมทุนแบบนี้เกิดจากการยึดเอาที่ดิน (กระบวนการล้อมรั้วที่ดิน) และการแยกปัจจัยการผลิต ออกจากผู้ผลิตส่วนใหญ่
รูปแบบของการสะสมทุน เช่น การขูดรีดทรัพยากร การล่าอาณานิคม การค้าทาส
• ผลของการสะสมทุนแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ในทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม ถูกทำให้เป็นของผู้อื่น (owned by other) โดยการบีบบังคับ (coercion)
• จุดกำเนิดการสะสมทุนเกิดก่อนจะมีสังคม/วิถีการผลิตแบบทุนนิยม มานานพอที่จะทำให้เกิดกลุ่มคนที่เรียกว่า นายทุน การสะสมทุน เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ เป็นความสัมพันธ์ในแบบทุนนิยม
Thanks for the picture from the internet.

เกี่ยวกับ nidnhoi
BKK,Thailand.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: